ขณะที่เทคโนโลยีได้ปฏิวัติโลกแห่งกราฟิก เดวิด อี คาร์เตอร์ ยืนยันว่างานสร้างสรรค์ที่ดีนั้นยังคงต้องยึดมั่นพื้นฐานของการออกแบบอ้างถึงผู้เชี่ยวชาญทางการออกแบบอัตลักษณ์ระดับโลกและผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกที่มีผลงานมากกว่า 100 เรื่อง, เดวิด อี คาร์เตอร์ ผู้กล่าวว่าการมาถึงของแมคอินทอช ได้สร้างเครื่องหมายที่สำคัญที่สุดต่อพัฒนาการของนักคิดสร้างสรรค์ มันได้เปิดอิสระแก่การออกแบบ ก่อให้เกิดคลื่นตื่นตัวทางทัศนศิลป์ซึ่งได้ส่งแรงสะเทือนจากบอสตันถึงกรุงเทพฯแต่ทว่าปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากสัญชาตญาณของนักออกแบบที่มีทักษะที่ดี วันนี้นักออกแบบยังคงจำเป็นที่ต้องยึดมั่นหลักพื้นฐานดั่งเดิมของการออกแบบหากยังต้องการผลิตงานออกแบบในระดับสากลคาร์เตอร์ กล่าวถึงกฏทองของงานออกแบบกราฟิกว่าเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งเขากล่าวว่าคือแก่นสาระในการทำงานพาณิชย์ศิลป์ ไม่ว่าจะใช้ ปากกา กระดาษ หรือคอมพิวเตอร์มาดูสิว่ากฏทองมีอะไรบ้าง1. Be a designerเป็นนักออกแบบ นักออกแบบผู้ซึ่งพูดถึงลูกค้าว่าเป็นผู้แทรกแซงงานออกแบบของเขา ควรไปเป็นศิลปินเพื่อขายผลงานศิลปะราคาหมื่นแสนต่อภาพ ในเมื่อเขาทำงานให้กับลูกค้า ลูกค้าก็คือเป้าหมายของการขายงานออกแบบ มันไม่ใช่แบบฝึกหัดสำหรับนักออกแบบในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสำรวจตรวจตราตัวตนภายในของตนเอง จดจำว่าคุณต้องขายงานออกแบบให้กับลูกค้าของคุณ2. Less is more น้อยคือมาก ถ้อยคำดีๆ เพียง 3 คำ 5 คำโดยทั่วไปย่อมมีความหมายมากกว่าถ้อยคำร้อยคำพันคำ เพียงให้มันเรียบง่าย (แต่ทรงพลัง)3. Make your design flow ทำงานออกแบบให้ไหลลื่น งานออกแบบจะต้องไหลลื่น และนำสายตาผู้ชมไปในทางที่คุณต้องการ มันเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องให้สายตาไล่ตามเส้นทางที่วางไว้ในชิ้นงานออกแบบ (โลโก้ควรอยู่มุมล่างขวามือ, ภาพวางกลางหน้าที่ซึ่งสายตาปะทะ แล้วค่อยๆ เลื่อนไปทางด้านบน สำหรับผู้อ่านภาษาอังกฤษและภาษาไทย สายตาจะเลื่อนจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง เข้าใจแนวทางนี้แล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ในงานออกแบบของคุณ)4. Design must be emotionalงานออกแบบต้องสร้างอารมณ์และความรู้สึก คุณต้องเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ข้อเท็จจริงที่ยากทำให้ได้งานดี ถ้าคุณค้นหาผู้บริโภค คุณจะสัมผัสเขาได้ด้วยอารมณ์ความรู้สึก5. Design Appropriatelyออกแบบให้เหมาะสม ข้อทดสอบที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นนักออกแบบที่โดดเด่นหรือไม่ การสร้างสรรค์งานที่เหมาะสมกับลูกค้า ลูกค้าบางคนนั้นอาจจะไม่ต้องการพัฒนาการอะไรมากมาย ตัวอย่างเช่น บริษัทประกันสุขภาพซึ่งต้องการความรู้สึกมั่นคงในชีวิตโดยไม่เปลี่ยนแปลง เขาอยากให้ผู้บริโภครู้สึกว่าปลอดภัย แต่ในบางกรณีเมื่อผู้ให้บริการด้านสุขภาพได้ออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นการปฏิวัติวงการ เขาก็ต้องการงานออกแบบที่มีความแหวกแนว6. Be invaluable by knowing your clientsเป็นผู้มีคุณค่าเพราะรู้จักลูกค้าของคุณ กุญแจสำคัญในโลกของการออกแบบและการตลาดคือการที่คุณมีคุณค่า เพราะคุณรู้จักลูกค้าค้ามากกว่าที่เขารู้จักตัวเอง ทำการวิจัยค้นคว้า เมื่อคุณรู้จักผลิตภัณฑ์และตลาดมากกว่าที่ลูกค้าทำ นั่นคือคุณได้พัฒนางานอย่างมากมายยิ่ง ปัญหาอันตรธานไป คุณจะทำงานกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น*หมายเหตุผู้แปลและเรียบเรียง : เดวิด อี คาร์เตอร์ เป็นนักเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบกราฟิกที่ทำงานมายาวนานกว่า 30 ปี มองเห็นพัฒนาการของวงการออกแบบตั้งแต่ยุคเรียงพิมพ์ (Compugraphic) จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติทางเทคโนโลยีด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อาจกล่าวได้ว่าการที่เขาคลุกคลีกับงานออกแบบเชิงพาณิชย์ในกระแสหลักและกระแสโลก ทำให้เขามีทัศนะต่องานออกแบบกราฟิกในลักษณะปัจเจก ที่มีความเป็นอิสระตามกระแสทางเลือก ดังนั้นผู้อ่านคงต้องใช้วิจารณญาณ และคำนึงถึงบริบทของงานออกแบบประกอบการพิจารณาบทความนี้**หมายเหตุผู้โพสข้อความ : นำมาจากเอกสารเผยแพร่ภายในของ We too are STARDUST Co.,Ltd. A Communication Agencyลอกมาจาก http://v2rgraphicdesign.blogspot.com/2006_09_01_archive.html
http://zoonkeang.multiply.com/journal/item/3/3
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร
วันเวลาได้ล่วงเรยผ่านไปสิ่งครุ่นคิดในเวลานี้คือ มันไม่มีมนคาถา พรวิเศษจากที่ใดๆ มีแต่ตัวเราทำและกำหนดมัน มันมีแค่เพียงเท่านี้ และเราสามารถควบคุมทุกสิ่งอย่างได้ถ้าเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร
วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
อะไรอะไรก็นั่งอยู่หน้าคอม
ระยะเวลาการทำทีสิตที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าการรอคอยคำตอบจากอะไรบางอย่างต้องใช้เวลา พักใหญ่ แต่บางทีอะไรบางอย่างแค่เรามีสติ หยุดคิดอะไรบางอย่างสักแปบหนึ่งมันก็ไม่ถึงกับใช้เวลาขนาดนั้น การเปิดคอมและนั่งมองกระดานในillusว่างเปล่ามันไม่ช่วยอะไร เพราะฉะนั้นปิดคอมและเดินออกไปจากห้องทำงานเราว่า นั่งสเก็ตงานในสวนหลังบ้านดีก่า55เฮ้ยโต๊ะดราฟอยู่ในห้องทำงานนี่หว่า !!!!
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เขียนให้ตนเอง
เราขอเขียนบทความต่อไปและกัน
ในชีวิตของตนเองมีความตั้งใจ เป้าหมายอยู่ไม่กี่อย่าง
1.ได้เรียนจบในสถาบันที่มีชื่อเสียง และคนยอมรับ(เป้าหมายข้อนี้ขอทำป.โทก็อยากเปลี่ยนทิศทางการเรียนอย่างกระทันหัน ไม่งั้นตอนนี้ก็คงเห็นตนเองนั่งเรียนเทคนิกการสัตว์แพทย์ที่ม.เกษตร คิดแล้วก็เสียดาย55)
2.ได้เงินเก็บก้อนโตจากการสะสมมานานหลายปี(จะอดใจตนเองไหวไหมนึกอยู่55+)
3.ขอหยุดทำงาน ใช้เงินก้อนที่ตั้งใจเก็บนั้นจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเสียสละเวลาของตนเองตอนบั้นปลายของชีวิตไปสอนหนังสือบนดอยและกันแบบไม่หวังตังค์55+(เรื่องทำบุญ/กิจกรรมแบบนี้ชอบนักหนา)
*ก็มีเท่านี้ที่อยากทำแต่เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยค่อยแจงใหม่วันหลัง*
ในชีวิตของตนเองมีความตั้งใจ เป้าหมายอยู่ไม่กี่อย่าง
1.ได้เรียนจบในสถาบันที่มีชื่อเสียง และคนยอมรับ(เป้าหมายข้อนี้ขอทำป.โทก็อยากเปลี่ยนทิศทางการเรียนอย่างกระทันหัน ไม่งั้นตอนนี้ก็คงเห็นตนเองนั่งเรียนเทคนิกการสัตว์แพทย์ที่ม.เกษตร คิดแล้วก็เสียดาย55)
2.ได้เงินเก็บก้อนโตจากการสะสมมานานหลายปี(จะอดใจตนเองไหวไหมนึกอยู่55+)
3.ขอหยุดทำงาน ใช้เงินก้อนที่ตั้งใจเก็บนั้นจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเสียสละเวลาของตนเองตอนบั้นปลายของชีวิตไปสอนหนังสือบนดอยและกันแบบไม่หวังตังค์55+(เรื่องทำบุญ/กิจกรรมแบบนี้ชอบนักหนา)
*ก็มีเท่านี้ที่อยากทำแต่เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยค่อยแจงใหม่วันหลัง*
วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552
"เศรษฐกิจพอเพียงในทัศนะโลก"

หนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียงในทัศนะโลก"
ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ เริ่มต้นจากวิกฤตการณ์สถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งผลเชื่อมโยงถึงระบบการเงินของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความเสียหายต่อระบบการเงินอย่างรุนแรงได้ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในยุโรป เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ทำให้ต้องหันกลับมาพิจารณาทบทวนกันใหม่ทั้งในประเด็นการลงทุนใช้จ่ายเกินตัวของภาคประชาชน ที่ก่อให้เกิดหนี้สินที่ไม่สามารถชำระคืนได้ ประเด็นความละโมบของภาคธุรกิจที่ต้องการตัวเลขรายได้อย่างไม่พอประมาณและไม่สมเหตุสมผล ก่อให้เกิดการล่มสลายของกิจการ และประเด็นความหละหลวมในการกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ภูมิคุ้มกันในระบบเศรษฐกิจอ่อนแอ เกิดความเสียหายที่มีมูลค่าจำนวนมากมายมหาศาลประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น มีความเกี่ยวเนื่องกับหลักความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งก็ไม่พ้นที่จะต้องกล่าวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันอีกคราวหนึ่ง แต่ในครั้งนี้ จะเป็นการกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง จากปากของนักคิด นักวิชาการ และบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวต่างประเทศ จำนวน 13 ท่าน ที่ได้แสดงทัศนะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเทียบเคียงกับแนวคิดและมุมมองสากล นำมารวบรวมเป็นหนังสือ “เศรษฐกิจพอเพียงในทัศนะโลก” (Sufficiency Economy in Global View) นี้เนื้อหาที่ประมวลจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 13 ท่านนี้ เป็นผลพวงจากการดำเนินโครงการจัดทำแผนที่เดินทาง (Road Map) และการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างประเทศ โดยสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม และสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นำมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 12 ตอน
ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ เริ่มต้นจากวิกฤตการณ์สถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งผลเชื่อมโยงถึงระบบการเงินของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความเสียหายต่อระบบการเงินอย่างรุนแรงได้ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในยุโรป เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ทำให้ต้องหันกลับมาพิจารณาทบทวนกันใหม่ทั้งในประเด็นการลงทุนใช้จ่ายเกินตัวของภาคประชาชน ที่ก่อให้เกิดหนี้สินที่ไม่สามารถชำระคืนได้ ประเด็นความละโมบของภาคธุรกิจที่ต้องการตัวเลขรายได้อย่างไม่พอประมาณและไม่สมเหตุสมผล ก่อให้เกิดการล่มสลายของกิจการ และประเด็นความหละหลวมในการกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ภูมิคุ้มกันในระบบเศรษฐกิจอ่อนแอ เกิดความเสียหายที่มีมูลค่าจำนวนมากมายมหาศาลประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น มีความเกี่ยวเนื่องกับหลักความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งก็ไม่พ้นที่จะต้องกล่าวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันอีกคราวหนึ่ง แต่ในครั้งนี้ จะเป็นการกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง จากปากของนักคิด นักวิชาการ และบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวต่างประเทศ จำนวน 13 ท่าน ที่ได้แสดงทัศนะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเทียบเคียงกับแนวคิดและมุมมองสากล นำมารวบรวมเป็นหนังสือ “เศรษฐกิจพอเพียงในทัศนะโลก” (Sufficiency Economy in Global View) นี้เนื้อหาที่ประมวลจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 13 ท่านนี้ เป็นผลพวงจากการดำเนินโครงการจัดทำแผนที่เดินทาง (Road Map) และการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างประเทศ โดยสถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม และสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นำมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 12 ตอน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
