วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552
การเต้นให้เป็นจังหวะ
การฝึกเต้นให้ตรงจังหวะ ให้เป็นไปในท่าทางต่างๆตามความสวยงามของสรีระร่างกายที่เราจัดวาง มันง่ายกว่าการสอนคนๆหนึ่งที่เต้นไม่เป็นหรือประสบการณ์เต้นน้อยให้เต้นเป็น เหมือนการคิดงานออกแบบ เมื่อคน2คนที่มีทักษะด้านการออกแบบต่างกัน บวกกับประสบการณ์อื่นๆร่วมที่มี เมื่อได้รับโจทย์เดียวกัน concetp คล้ายกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วผลงานที่ออกมาก็มีความแตกต่างตามประสบการณ์การออกแบบที่มีมากน้อยของบุคคลผู้นั้น
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สัตว์เดรัจฉาน/สัตว์ประเสริฐ
ก่อนที่จะเข้าเรื่องขอกล่าวความหมายของศัพท์คำนี้เสียก่อน คำว่า"สัตว์เดรัจฉาน" เป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ในอบายภูมิเดียวกันกับมนุษย์ตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งตามหลักพุทธศาสนานั้นถือว่า สัตว์เดรัจฉานเกิดจากที่ผู้นั้นได้ทำกรรมเอาไว้ในวัฏสงสารตั้งแต่ชั้นพรหมลงมา
สัตว์เดรัจฉาน เป็นหนึ่งในสองภพภูมิที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว จำแนกไว้ ที่เราสามารถพิสูจน์ได้เดี่ยวนี้ ปัจจุบันขณะนี้ ว่ามีจริง (หนึ่งคือภูมิมนุษย์หรือมนุสสภูมิ สองก็คือภูมิเดรัจฉานนี่เอง) สัตว์เดรัจฉาน ใกล้มนุษย์เข้ามาอีก มีชีวิตความเป็นอยู่ไปตาม สัญชาตญาณ มีทุกข์สุขแตกต่างกันไปตามแต่แรงบุญและกรรม ที่กระทำมาและกำลังส่งผลในภพชาติที่มาเกิดเป็นเดรัจฉานนี้
http://th.wikipedia.org/wiki/สัตว์เดรัจฉาน
มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ทั้งหลายอื่น สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ได้แก่ สิกขา หรือการศึกษา คือการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา มนุษย์ที่ฝึก ศึกษา หรือพัฒนาแล้ว ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐ" เป็นผู้รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง และช่วยให้สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี
http://gotoknow.org/blog/gobetter/83599
สำหรับความเห็นของฉันคำ 2 คำนี้ ไม่แตกต่างกัน มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐเป็นผู้รู้ผิดชอบชั่วดี รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง จริงหรือ? แล้วทำไมทุกวันนี้จึงมีข่าวหรือเหตุการณ์ฆาตรกรรม โจรกรรม เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงที่ช่วยเหลือเจ้าของจากอุบัติเหตุการจมน้ำ ทั้งๆที่ขาช่วงด้านหลังของมันพิการ แต่ก็สามารถช่วยเหลือเจ้าของของมันได้
(เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากคนใกล้ตัว) นี้หรือสัตว์ที่ไม่รู้จักการดำเนินชีวิตที่ดีงาม
อะไรเป็นสิ่งตัดสิน และแบ่งแยก คำ 2 คำนี้ หรือมันเป็นเพียงสิ่งที่อนุมานขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์ดูเหมือนอยู่เหนือสัตว์ชนิดอื่นๆ ทั้งปวง
สัตว์เดรัจฉาน เป็นหนึ่งในสองภพภูมิที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว จำแนกไว้ ที่เราสามารถพิสูจน์ได้เดี่ยวนี้ ปัจจุบันขณะนี้ ว่ามีจริง (หนึ่งคือภูมิมนุษย์หรือมนุสสภูมิ สองก็คือภูมิเดรัจฉานนี่เอง) สัตว์เดรัจฉาน ใกล้มนุษย์เข้ามาอีก มีชีวิตความเป็นอยู่ไปตาม สัญชาตญาณ มีทุกข์สุขแตกต่างกันไปตามแต่แรงบุญและกรรม ที่กระทำมาและกำลังส่งผลในภพชาติที่มาเกิดเป็นเดรัจฉานนี้
http://th.wikipedia.org/wiki/สัตว์เดรัจฉาน
มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ทั้งหลายอื่น สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ได้แก่ สิกขา หรือการศึกษา คือการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา มนุษย์ที่ฝึก ศึกษา หรือพัฒนาแล้ว ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐ" เป็นผู้รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง และช่วยให้สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี
http://gotoknow.org/blog/gobetter/83599
สำหรับความเห็นของฉันคำ 2 คำนี้ ไม่แตกต่างกัน มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐเป็นผู้รู้ผิดชอบชั่วดี รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง จริงหรือ? แล้วทำไมทุกวันนี้จึงมีข่าวหรือเหตุการณ์ฆาตรกรรม โจรกรรม เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงที่ช่วยเหลือเจ้าของจากอุบัติเหตุการจมน้ำ ทั้งๆที่ขาช่วงด้านหลังของมันพิการ แต่ก็สามารถช่วยเหลือเจ้าของของมันได้
(เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากคนใกล้ตัว) นี้หรือสัตว์ที่ไม่รู้จักการดำเนินชีวิตที่ดีงาม
อะไรเป็นสิ่งตัดสิน และแบ่งแยก คำ 2 คำนี้ หรือมันเป็นเพียงสิ่งที่อนุมานขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์ดูเหมือนอยู่เหนือสัตว์ชนิดอื่นๆ ทั้งปวง
วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552
โทรมมากๆ
วันนี้หลังจากเลิกเรียนก่อนเข้าบ้าน ก็ไปสระผมที่ร้านทำผมเพื่อผ่อนคลายให้คนเกาผมสบายๆ พร้อมกับนวดศีรษะไปด้วย แต่พอสระผมเสร็จ ตอนมานั่งที่โต๊ะกระจกเพื่อเป่าผมให้แห้ง รู้สึกตกใจกับตัวเองมากเมื่อมองเข้าไปในกระจก และพบว่าเราไม่เคยดูแลตนเองเลย ดูซีด โทรม และไร้ซึ่งความสดใส
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552
คิดทีสิต
ตนเองรู้ว่าอะไรอะไรก็สามารถเป็นทีสิตได้ถ้าเลือกและทำมัน แต่บางทีการเลือกแล้วแต่เรายังไม่รู้ผลสุดท้ายของมันเป็นยังไง จะออกมาในรูปแบบที่เราคิดไหม ยิ่งโตขึ้น ยิ่งตอบคำถามกับตนเองยากมากขึ้น ผนวกกับมันเป็นโปรเจกที่ยาวมากๆตัวหนึ่ง ซึ่งเราคาดหวังกับมันมากๆ จนเกิดอาการเกร็งไปหมดว่าทำแบบนี้จะโอเค จะตอบโจทย์ของเขามากน้อยเท่าไหร่ เกร็ง เกร็ง....ไปหมด
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ทำไมต้องหมูกระทะ
วันนี้ไปกินหมูกระทะเลี้ยงวันเกิดกัน เลยเกิดคำถามเกี่ยวกับคำว่า"หมูกระทะ/เนื้อกระทะ" ทำไมต้องใช้คำนี้ จากประสบการณ์การกินหมูกระทะ เช่น หมูกระทะแฟมิลี่ โคขุน และอื่นๆ เป็นต้น พบว่าลักษณะการประกอบอาหารต้องมาจากอาหารที่ต้องทำให้สุก/กึ่งสุกกึ่งดิบ/ดิบ(แล้วแต่พฤติกรรมการกินอาหารของแต่ละบุคคล) ตามร้านเหล่านี้อาหารก็ไม่ได้มีแต่หมู/โคเนื้อเพียงอย่างเดียวในร้าน ยังมีผัก และเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นๆให้สามารถสั่งทานได้ บางทีบางคนก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะมาทานหมู/โคด้วยซ้ำ อาศัยที่ชอบทานแบบปิ้ง+บรรยากาศแบบเป็นกันเอง มานั่งกิน+สังสรรค์ อะไรแบบนั้น ส่วนคำว่า"กระทะ"ก็หาใช่กระทะที่เราเห็นตามห้องครัวในบ้านทั่วไป(บ้านของตัวเองมีนะ)แต่ก็จัดว่าอยู่ในประเภทกระทะไม่ว่าจะเป็นกระทะทองเหลืองในร้าน Bar-B-Q หรือ กระทะอะลูมิเนียมตามร้านหมูกระทะทั่วๆไป หรือกระทะเหล็ก ในร้านโคขุน
ตามความเข้าใจของฉัน+ประสบการณ์คำว่าหมูกระทะ/เนื้อกระทะ มาจากร้านอาหารที่ขายเนื้อหมู/โคเนื้อเป็นหลักและสามารถเลือกสั่งอาหารแบบต้องทำให้สุก/กึ่งสุกกึ่งดิบ/ดิบ(แล้วแต่พฤติกรรมการกินอาหารของแต่ละบุคคล)โดยผ่านกระบวนการปิ้งหรือย่างด้วยตัวเอง/สั่งทางร้านทำให้ก็ได้ แล้วแต่ลักษณะการให้บริการทางร้าน แต่ที่สำคัญคือปิ้งด้วยมือเรา และอาหารต้องผ่านกระทะ(ยกเว้นว่าอยากทานดิบๆ เช่น กุ้งแช่น้ำปลา)ก่อนเข้าปาก
สรุปคือ อาหารหลัก+ผ่านกระทะ+เข้าปาก = หมูกระทะ/เนื้อกระทะ
สรุปคือ อาหารหลัก+ผ่านกระทะ+เข้าปาก = หมูกระทะ/เนื้อกระทะ
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ฝนตกหนักมากๆ
วันนี้ในตอนเย็นฝนตกหนักฉันรอให้ฝนหยุดตก และมันก็หยุดจริง แต่อีกไม่นานก็ตกใหม่อีกหลายต่อหลายรอบ จะได้ไปซีร็อกงานไหมเนี่ยวันนี้ ฉันรอไม่ไหวก็เลยออกไปทั้งๆที่เปียกฝนนั่นแหละ และก็ได้ซีงานตามที่ใจต้องการ
สรุป การทำอะไรสิ่งๆหนึ่งไม่จำเป็นต้องรอเวลาและโอกาสวิ่งเข้ามาหาเรา แต่เราสามารถเอาตัวเราเองวิ่งเข้าไปหาโอกาสได้
สรุป การทำอะไรสิ่งๆหนึ่งไม่จำเป็นต้องรอเวลาและโอกาสวิ่งเข้ามาหาเรา แต่เราสามารถเอาตัวเราเองวิ่งเข้าไปหาโอกาสได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






