วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การทำงาน

ความรู้สึกของการทำงานที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของฉันในตอนนี้ การทำงานที่ต้องท้าทายกับแปลกใหม่และต้องไม่ซ้ำใคร ไม่มีใครเหมือนเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับฉันตั้งแต่เริ่มเรียนในสาขาวิชานี้ แต่การที่จะทำอะไรไม่ซ้ำใครได้ก็ต้องรู้มาก่อนว่าใครเขาทำอะไรมาบ้างแล้ว ซึ่งฉันไม่สามารถรู้ได้ทั้งหมดของคนบนโลกนี้ทุกมุมโลก แต่ฉันฉันจะพยายามต่อไป

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไม่รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไป

หลายหลายอย่างในชีวิตที่เคยจดจำได้เริ่มหายไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีกับสิ่งต่างๆรอบกาย และในจิตใจ อาจเป็นเพราะไม่อยากจดจำ หรือสิ่งรอบข้างที่เคยสนใจของฉันกลับเปลี่ยนไปก็เป็นได้ เหมือนกับว่าเวลาเราทานก๋วยเตี๋ยวทุกวันแล้วรู้สึกว่าอยากลองเปลี่ยนไปทานข้าวผัดพริกไทยดำ แต่เพียงไม่รู้ว่าการเปลี่ยนในครั้งนี้จะส่งผลอย่างไร ขอปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้าที่นิดหน่อย ข้าวผัดพริกไทยยังต้องใส่พริกไทยดำเสียก่อน เพราะขั้นเริ่มต้นของเรายังไม่perfect

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เตรียมทีสิตไป 3 อันเลย

น้ำหนักของงานนับว่าเกือบจะเท่ากันเลยเสียทีเดียวทั้งหมด ถ้าเราผ่านทั้ง 3 อัน ท่าทางคงมีอะไรอะไรสนุกในชีวิตที่อยากทำอีกมากมาย เพราะงานทั้งหมดนี้โดนรับรองจากอาจารย์เรียบร้อยแล้วแค่อยากทำอันไหนมากสุดก็เท่านั้น

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อะไรที่ผ่านมาสำหรับเรามันต้องไม่ผ่านไป

อะไรอะไรมันผ่านเข้ามาในชีวิต และเราชอบละเลยสิ่งที่เราได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น แต่เราพยายามจะไม่ละเลยมันไป เมื่อหลายปีที่ผ่านมารู้สึกสิ่งที่ผ่านเข้ามา และประสาทสัมผัสเราจับได้ไวมากๆ แต่เดี๋ยวนี้มันเจือจางลง เพราะความไม่เอาใจใส่มัน ละเลยมัน เราจะพยายามอีกครั้งให้อะไรที่ผ่านมาสำหรับเรามันต้องไม่ผ่านไป

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การเต้นให้เป็นจังหวะ

การฝึกเต้นให้ตรงจังหวะ ให้เป็นไปในท่าทางต่างๆตามความสวยงามของสรีระร่างกายที่เราจัดวาง มันง่ายกว่าการสอนคนๆหนึ่งที่เต้นไม่เป็นหรือประสบการณ์เต้นน้อยให้เต้นเป็น เหมือนการคิดงานออกแบบ เมื่อคน2คนที่มีทักษะด้านการออกแบบต่างกัน บวกกับประสบการณ์อื่นๆร่วมที่มี เมื่อได้รับโจทย์เดียวกัน concetp คล้ายกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วผลงานที่ออกมาก็มีความแตกต่างตามประสบการณ์การออกแบบที่มีมากน้อยของบุคคลผู้นั้น

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สัตว์เดรัจฉาน/สัตว์ประเสริฐ

ก่อนที่จะเข้าเรื่องขอกล่าวความหมายของศัพท์คำนี้เสียก่อน คำว่า"สัตว์เดรัจฉาน" เป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ในอบายภูมิเดียวกันกับมนุษย์ตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งตามหลักพุทธศาสนานั้นถือว่า สัตว์เดรัจฉานเกิดจากที่ผู้นั้นได้ทำกรรมเอาไว้ในวัฏสงสารตั้งแต่ชั้นพรหมลงมา
สัตว์เดรัจฉาน เป็นหนึ่งในสองภพภูมิที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว จำแนกไว้ ที่เราสามารถพิสูจน์ได้เดี่ยวนี้ ปัจจุบันขณะนี้ ว่ามีจริง (หนึ่งคือภูมิมนุษย์หรือมนุสสภูมิ สองก็คือภูมิเดรัจฉานนี่เอง) สัตว์เดรัจฉาน ใกล้มนุษย์เข้ามาอีก มีชีวิตความเป็นอยู่ไปตาม สัญชาตญาณ มีทุกข์สุขแตกต่างกันไปตามแต่แรงบุญและกรรม ที่กระทำมาและกำลังส่งผลในภพชาติที่มาเกิดเป็นเดรัจฉานนี้
http://th.wikipedia.org/wiki/สัตว์เดรัจฉาน
มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ทั้งหลายอื่น สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์พิเศษ ได้แก่ สิกขา หรือการศึกษา คือการเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา มนุษย์ที่ฝึก ศึกษา หรือพัฒนาแล้ว ชื่อว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐ" เป็นผู้รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง และช่วยให้สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี
http://gotoknow.org/blog/gobetter/83599

สำหรับความเห็นของฉันคำ 2 คำนี้ ไม่แตกต่างกัน มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐเป็นผู้รู้ผิดชอบชั่วดี รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง จริงหรือ? แล้วทำไมทุกวันนี้จึงมีข่าวหรือเหตุการณ์ฆาตรกรรม โจรกรรม เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงที่ช่วยเหลือเจ้าของจากอุบัติเหตุการจมน้ำ ทั้งๆที่ขาช่วงด้านหลังของมันพิการ แต่ก็สามารถช่วยเหลือเจ้าของของมันได้
(เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากคนใกล้ตัว) นี้หรือสัตว์ที่ไม่รู้จักการดำเนินชีวิตที่ดีงาม

อะไรเป็นสิ่งตัดสิน และแบ่งแยก คำ 2 คำนี้ หรือมันเป็นเพียงสิ่งที่อนุมานขึ้นเพื่อทำให้มนุษย์ดูเหมือนอยู่เหนือสัตว์ชนิดอื่นๆ ทั้งปวง

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แรงดึงดูด

การใช้ของ Brandname สามารถเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้